ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างก้าวกระโดด AI ในการทํางาน มีอะไรบ้าง ไม่ใช่แค่ทางเลือกแต่คือ “อาวุธสำคัญ” ที่ช่วยเพิ่ม Productivity ตั้งแต่การบริหารโครงการ การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการสร้างสรรค์คอนเทนต์ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจว่า ai ในการทำงาน มีอะไรบ้าง เพื่อให้คุณเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมและก้าวทันโลกยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ

AI ประเภท Chatbot ผู้ช่วยอัจฉริยะ (Virtual Assistants) แห่งยุคดิจิทัล
แชตบอท (Chatbot AI) คือ ai การทำงาน ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยี NLP AI คือ เพื่อให้มีความสามารถใกล้เคียงมนุษย์ ไม่ใช่แค่การตอบคำถามทั่วไป แต่ยังวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก สรุปเนื้อหา และสร้างสรรค์คอนเทนต์ระดับมืออาชีพได้ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร
1. ChatGPT (OpenAI)
มเดลภาษาที่ทรงพลังและยืดหยุ่นที่สุดในโลกปัจจุบัน พัฒนาโดย OpenAI โดดเด่นด้านความสามารถที่หลากหลาย (General Purpose) การประยุกต์ใช้ เขียน Blog, เขียนโค้ดโปรแกรม, ร่างจดหมายธุรกิจ/Proposal, และสรุปรายงานที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย
- จุดเด่น
- เข้าใจภาษาธรรมชาติ (Natural Language) ได้อย่างยอดเยี่ยม รองรับภาษาไทยได้ดีมาก
- ฐานข้อมูลมหาศาล ครอบคลุมทั้งธุรกิจ วิทยาศาสตร์ และการตลาด
- อินเตอร์เฟซใช้งานง่าย เข้าถึงได้ทุกคนโดยไม่ต้องมีทักษะการเขียนโปรแกรม
2. Gemini (Google AI)
โมเดล AI รุ่นใหม่จาก Google ที่เน้นการทำงานแบบ Multimodal หรือการประมวลผลข้อมูลหลายรูปแบบในเวลาเดียวกัน การประยุกต์ใช้ วิเคราะห์ข้อมูลคู่แข่งจากหลายแหล่ง, เขียนบทความ Blog, แก้ไขโค้ดจากภาพหน้าจอ และสรุปเอกสารวิจัยขนาดใหญ่
- จุดเด่น
- Multimodal Integration ประมวลผล ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และเสียง ได้พร้อมกันใน Prompt เดียว
- Ecosystem Power เชื่อมต่อกับ Google Workspace โดยตรง (Gmail, Docs, Sheets) ช่วยเพิ่ม Productivity ในองค์กรที่ใช้ระบบ Google ได้มหาศาล
3. Claude (Anthropic)
โมเดลที่เน้นด้าน “ความปลอดภัยและจริยธรรม” (Constitutional AI) ออกแบบมาให้มีเหตุผลและเป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากที่สุด การประยุกต์ใช้ งานวิจัยที่ต้องการความแม่นยำสูง, สรุปรายงานการประชุมยาวๆ, วิเคราะห์ข้อกฎหมาย และวิเคราะห์ Sentiment Analysis AI จาก Feedback ลูกค้า
- จุดเด่น
- Context Window ขนาดใหญ่ รองรับข้อมูลได้มหาศาล (สูงสุด 200,000 tokens) เหมาะสำหรับเอกสารเล่มหนาหรือโค้ดจำนวนมาก
- คำตอบมีเหตุผล ลดความเสี่ยงด้านข้อมูลที่ผิดพลาด (Hallucination) และมีอคติต่ำกว่า AI ทั่วไป
4. Perplexity AI
ฉายา “AI-powered answer engine” ที่รวมจุดเด่นของ Chatbot และ Search Engine เข้าไว้ด้วยกัน การประยุกต์ใช้ ai ช่วยทำงานวิจัย, สรุปข่าวรายวัน, เขียนบทความ SEO และตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-checking)
- จุดเด่น Citations ทุกคำตอบจะมีลิงก์อ้างอิงกลับไปยังแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ (เว็บไซต์ข่าว, งานวิจัย)
- Focus Mode สามารถเลือกแหล่งข้อมูลเฉพาะเจาะจงได้ เช่น Academic (งานวิชาการเท่านั้น) หรือ YouTube เพื่อสรุปเนื้อหาจากวิดีโอ
สรุปการเลือกใช้ Chatbot AI ให้เหมาะกับงาน
เพื่อให้การนำ ai ในการทำงาน เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผู้บริหารยุคใหม่ควรมีความเข้าใจในศักยภาพของแต่ละเครื่องมือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหัวข้อสำคัญในหลักสูตร AI for Executives Program เพื่อก้าวนำในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์อย่างมั่นคง
AI ช่วยเขียนบทความและสร้างคอนเทนต์ ผลิตเนื้อหาคุณภาพในพริบตา
ในยุคที่คอนเทนต์คือหัวใจของการตลาด ai ในการทำงาน ด้านการเขียนได้เข้ามาเปลี่ยนให้การผลิตบทความ SEO, โพสต์โซเชียลมีเดีย หรือคำโฆษณา (Copywriting) กลายเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วขึ้นมหาศาล หากคุณสงสัยว่า ai ในการทำงาน มีอะไรบ้าง ที่ตอบโจทย์สายคอนเทนต์ นี่คือ 3 เครื่องมือยอดนิยม
1. Rytr ผู้ช่วยเขียนอเนกประสงค์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
Rytr เป็น ai การทำงาน เขียนเนื้อหาที่โดดเด่นเรื่องความง่าย เหมาะสำหรับนักการตลาดและเจ้าของธุรกิจที่ต้องการความรวดเร็ว
จุดเด่นของ Rytr
- การประยุกต์ใช้ เขียนอีเมลแคมเปญ, โพสต์ Facebook/Instagram และสร้างไอเดียบทความใหม่ๆ
- จุดเด่น
- ใช้งานง่าย (User-Friendly) เพียงเลือกประเภทเนื้อหาและโทนเสียง (Tone of Voice) ระบบจะสร้างเนื้อหาให้ในไม่กี่วินาที
- รองรับภาษาไทย ช่วยให้การผลิตคอนเทนต์ในไทยลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ
- คุ้มค่า มีฟีเจอร์ครบครันในราคาที่เข้าถึงได้ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
2. Copy.ai ตัวจริงด้านการตลาดและคำโฆษณา
เครื่องมือ ai ในการทำงาน ที่ออกแบบมาเพื่อสาย Marketing โดยเฉพาะ เน้นการสร้างข้อความที่ดึงดูดใจและเพิ่มยอดขาย (High Conversion) การประยุกต์ใช้ เขียนคำโฆษณา (Ad Copy), รายละเอียดสินค้า (Product Description) และแคปชันโซเชียลมีเดีย
- จุดเด่น
- คุณภาพสูง ใช้การเรียนรู้เชิงลึกเพื่อสร้างข้อความที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทางการตลาด
- Brand Voice ปรับแต่งเนื้อหาให้ตรงกับบุคลิกของแบรนด์ได้อย่างแม่นยำ
- Workflow อัจฉริยะ มีเทมเพลตที่ช่วยให้การทำงานด้านการตลาดเป็นระบบมากขึ้น
3. Writesonic สุดยอดเครื่องมือสำหรับบทความ SEO
หากเป้าหมายของคุณคือการทำอันดับบน Google Writesonic คือ ai ที่ช่วยในการทำงาน 2025-2026 ที่ตอบโจทย์ที่สุด การประยุกต์ใช้ เขียนบทความบล็อกขนาดยาว (Long-form Content), บทวิจารณ์สินค้า และเนื้อหาเว็บไซต์
- จุดเด่น
- SEO Optimized สร้างเนื้อหาที่ปรับแต่งมาเพื่อการค้นหาออนไลน์โดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มโอกาสติดอันดับ
- รวดเร็วและหลากหลาย สามารถสร้างบทความจากเพียงแค่หัวข้อที่กำหนด พร้อมโครงสร้างบทความที่ถูกต้องตามหลัก SEO
ต่อยอดคอนเทนต์ด้วยเทคโนโลยี AI ขั้นสูง
นอกจากการใช้ AI เขียนข้อความแล้ว ผู้บริหารยุคใหม่ยังสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ต่อด้วย Sentiment Analysis AI เพื่อประเมินกระแสตอบรับ หรือใช้ Text to Speech เปลี่ยนบทความเป็นเสียงสำหรับ Podcast/Video สำหรับผู้นำที่ต้องการก้าวนำในตลาดดิจิทัล หลักสูตร AI for Executives Program จะช่วยให้คุณเข้าใจการใช้ NLP AI คือพื้นฐานสำคัญที่อยู่เบื้องหลังเครื่องมือเหล่านี้ เพื่อการวางกลยุทธ์คอนเทนต์ที่เหนือกว่าคู่แข่ง

AI ช่วยสรุปและจดบันทึกการประชุม เปลี่ยนชั่วโมงการประชุมสู่สรุปใจความสำคัญในไม่กี่นาที
ในองค์กรยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว ai ในการทำงาน ประเภทจดบันทึกและสรุปการประชุมกลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ช่วยประหยัดเวลา ลดความผิดพลาดในการสื่อสาร และช่วยให้สมาชิกในทีมโฟกัสกับการสนทนาได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจดโน้ต
1. Otter.AI ผู้ช่วยถอดเสียงอัจฉริยะแบบ Real-time
Otter.AI คือเครื่องมือ ai การทำงาน ชั้นนำที่ใช้เทคโนโลยีการถอดความ (Transcription) เพื่อเปลี่ยนเสียงพูดเป็นข้อความดิจิทัลที่ค้นหาและแก้ไขได้ทันที
- จุดเด่น
- ความแม่นยำสูง ใช้ AI เรียนรู้สำเนียงและบริบทภาษาเพื่อความถูกต้องในการถอดความ
- Seamless Integration เชื่อมต่อกับ Zoom, Google Meet และ Microsoft Teams เพื่อบันทึกการประชุมอัตโนมัติ
- Smart Keywords จับคำสำคัญ (Keywords) และสรุปประเด็นหลักเพื่อการเรียกดูข้อมูลย้อนหลังที่รวดเร็ว
2. TL;DV สรุปใจความสำคัญจากวิดีโอ (The Video Meeting Recorder)
หากคุณมีวิดีโอการประชุมยาวๆ TL;DV คือ ai ช่วยทำงาน ฟรี (เริ่มต้น) ที่จะทำหน้าที่ “ย่อโลก” ของวิดีโอให้เหลือเพียงประเด็นสำคัญที่จับต้องได้
- จุดเด่น
- Moment Capture ตรวจจับและสรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอ ทำให้เข้าใจเนื้อหาหลักได้โดยไม่ต้องดูวิดีโอทั้งหมด
- Easy to Use เพียงแชร์ URL ของวิดีโอ ระบบจะทำการสรุปข้อมูลสำคัญให้อัตโนมัติ
- รองรับหลายภาษา เหมาะสำหรับการสรุปการสัมมนา การเรียนการสอนออนไลน์ หรือการอบรมภายในองค์กร
3. Fireflies.AI แพลตฟอร์มบันทึกและวิเคราะห์การสนทนา
Fireflies.AI เป็นเครื่องมือ ai ที่ช่วยในการทำงาน 2026 ที่เน้นความโปร่งใสและการเข้าถึงข้อมูลการประชุมได้อย่างเป็นระบบ
- จุดเด่น
- Meeting Automation บันทึกและสรุปประเด็นสำคัญได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับการประชุมทางเทคนิคหรือการคุยงานกับลูกค้า
- Deep Search ค้นหาหัวข้อหรือคำสำคัญภายในบันทึกการประชุมย้อนหลังได้อย่างรวดเร็วด้วยระบบ AI อัจฉริยะ
- Enterprise Security ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของข้อมูล มีการเข้ารหัสและการจัดการสิทธิ์การเข้าถึงที่รัดกุม
ยกระดับประสิทธิภาพองค์กรด้วย AI Transformation
การใช้ AI จดบันทึกประชุมเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการนำ AI ในการทำงานมาใช้จริง ข้อมูลจากการประชุมเหล่านี้สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อด้วย Sentiment Analysis AI เพื่อประเมินทัศนคติของทีม หรือใช้ NLP AI คือรากฐานในการสร้างฐานความรู้ (Knowledge Base) ขององค์กร สำหรับผู้บริหารที่ต้องการปรับองค์กรสู่ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ หลักสูตร AI for Executives Program จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมการนำ AI มาใช้ลด Pain Point และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
AI ช่วยสร้างภาพ (AI Image Generation) เปลี่ยนไอเดียสู่ผลงานกราฟิกมือโปร
เทคโนโลยี Computer Vision AI เข้ามาช่วยย่อระยะเวลาการทำงานศิลปะและกราฟิก เพียงพิมพ์คำบรรยาย (Prompt) AI จะเนรมิตภาพประกอบสวยงามสำหรับงานนำเสนอ หรือคอนเทนต์การตลาดได้ทันที
1. Canva AI (Text to Image)
ฟีเจอร์อัจฉริยะใน Canva ที่ใช้ Generative AI สร้างภาพได้จากข้อความ
- จุดเด่น
- ใช้งานง่ายที่สุด รองรับ ภาษาไทย เลือกสไตล์ได้หลากหลาย (3D, ภาพถ่าย, อนิเมะ) และสามารถนำไปออกแบบต่อใน Presentation หรือ Social Media ได้ทันที
2. StarryAI
แพลตฟอร์มที่เน้นการสร้างภาพงานศิลปะ (Digital Art) คุณภาพสูง
- จุดเด่น
- ai ช่วยทำงาน ฟรี (สูงสุด 5 ภาพ/วัน) ให้สิทธิ์ผู้ใช้เป็นเจ้าของผลงาน 100% สามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ เหมาะสำหรับงานที่ต้องการเอกลักษณ์เฉพาะตัว
3. Leonardo.AI
เครื่องมือขวัญใจนักออกแบบและศิลปินมืออาชีพ ด้วยโมเดลที่ละเอียดและปรับแต่งได้ลึก
- จุดเด่น
- มีเครื่องมือแก้ไขภาพแบบ Real-time, ลบพื้นหลัง, และฟีเจอร์ Image-to-Motion เปลี่ยนภาพนิ่งเป็นแอนิเมชันสั้นๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม
AI ช่วยตัดต่อวิดีโอ (AI Video Editing) งานโปรดักชันยุคใหม่ที่ใครก็ทำได้

ไม่ต้องมีทักษะการตัดต่อขั้นสูงก็สามารถสร้างวิดีโอคุณภาพดีได้ ด้วยเครื่องมือ ai ที่ช่วยในการทำงาน 2025-2026 ที่จัดการงานภาพและเสียงให้แบบอัตโนมัติ
1. VEED.IO
แพลตฟอร์มตัดต่อวิดีโอผ่านเบราว์เซอร์ที่เน้นความเร็วและฟีเจอร์ครบวงจร
- จุดเด่น
- มีระบบ Auto Subtitles แม่นยำ, AI Avatars สำหรับวิดีโอแนะนำ และ AI Translations แปลภาษาในวิดีโอได้ทันที เหมาะสำหรับวิดีโอองค์กรและสื่อการสอน
2. Kapwing AI
ตัวช่วยสำคัญของสาย Content Creator (TikTok, Reels, Shorts)
- จุดเด่น
- มีระบบ Smart Cut ช่วยลบช่วงเงียบให้อัตโนมัติ และ AI Video Generator ที่สร้างคลิปวิดีโอได้จากสคริปต์ข้อความเพียงอย่างเดียว
3. Runway ML
ผู้นำด้านเทคโนโลยี Generative Video (Gen-2/Gen-3) สำหรับงานระดับ High-end
- จุดเด่น
- สร้างวิดีโอจากข้อความ (Text-to-Video) หรือเปลี่ยนภาพนิ่งให้เคลื่อนไหวได้อย่างสมจริง มีเครื่องมือ Motion Brush ที่ควบคุมการเคลื่อนไหวเฉพาะจุดได้แม่นยำ
บทสรุป: ก้าวสู่ความสำเร็จด้วย AI Transformation
เครื่องมือ ai ในการทำงาน เหล่านี้คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ทันต่อโลกปี 2026 การเลือกใช้เครื่องมือที่ตรงจุดไม่เพียงช่วยลดต้นทุน แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กรได้อย่างมหาศาล ตั้งแต่การจัดการข้อมูลด้วย OCR AI ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าด้วย Sentiment Analysis AI
หากองค์กรของคุณต้องการก้าวนำในยุค AI และพัฒนาทักษะพนักงานอย่างเป็นระบบ SOLUTIONS IMPACT พร้อมให้คำปรึกษาและจัดอบรมหลักสูตร AI for Executives Program และ AI Training สำหรับพนักงานทุกระดับ เพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรของคุณสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน
เครื่องมือ AI ในการทํางานปี 2025-2026 ช่วยให้การทำงานสะดวกและเร็วขึ้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อรู้จักเลือกใช้เครื่องมือที่ตรงกับความต้องการ และเรียนรู้วิธีใช้งานอย่างถูกต้อง หากองค์กรกำลังเริ่มต้นเรียนรู้เทคโนโลยี AI อยากศึกษาว่าเครื่องมือ AI ในการทํางานมีอะไรบ้าง นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร และอยากพัฒนาทักษะเหล่านี้ให้เป็นระบบ SOLUTIONS IMPACT พร้อมให้คำปรึกษาและจัดอบรม AI สำหรับองค์กรทุกขนาด สามารถเข้ามาปรึกษาเราก่อนได้ที่ LINE
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ AI ในการทำงาน มีอะไรบ้าง
AI ในการทำงานมีอะไรบ้าง
AI ที่ใช้ในการทำงาน ปัจจุบันมีหลายรูปแบบ และแต่ละแบบก็มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดภาระงาน และช่วยในการตัดสินใจได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดย AI ในการทำงาน เช่น
– การเขียนบทความ โฆษณา สคริปต์ เช่น ChatGPT, Jasper, Copy.AI
– การสร้างภาพ เช่น Midjourney, DALL·E, Stable Diffusion
– การตัดต่อวิดีโออัตโนมัติ หรือสร้างวิดีโอจากข้อความ เช่น Pictory, Runway
ตัวอย่างการใช้งาน AI ในชีวิตประจําวันมีอะไรบ้าง
การใช้งาน AI ในชีวิตประจําวัน ได้แก่
– ผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI Assistant) เช่น Siri, Google Assistant, Alexa
– แนะนำคอนเทนต์ เช่น YouTube, Netflix, Spotify ใช้ AI แนะนำวิดีโอ เพลง หรือซีรีส์ที่น่าจะชอบ
– ระบบนำทางและการเดินทาง เช่น Google Maps, Grab, Uber ใช้แนะนำเส้นทางที่ดีที่สุด
– ระบบตรวจจับใบหน้าและความปลอดภัย เช่น Face ID ใช้ปลดล็อกเครื่อง
AI มีอะไรบ้าง นอกจาก ChatGPT
นอกจาก ChatGPT แล้ว ยังมี AI อีกหลายตัวที่สามารถทำงานคล้ายกันในด้านการสนทนา การเขียน การสรุป และการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เช่น
– Claude (Anthropic) โฟกัสที่ความปลอดภัยและความเข้าใจในภาษามนุษย์ คล้าย ChatGPT แต่มีจุดเด่นในด้าน “บริบทยาว” และความสุภาพ Claude 3 รุ่นใหม่มีความสามารถเทียบเท่า GPT-4
– Gemini (Google) เดิมชื่อ Bard เชื่อมโยงกับ Google Search ได้ดี ใช้ข้อมูลเรียลไทม์ และผสานกับบริการของ Google เช่น Docs, Gmail




