บทสรุปสำคัญ
- OKR หรือ Objectives and Key Results เป็นระบบตั้งเป้าหมายที่ Google, Intel และบริษัทระดับโลกหลายแห่งใช้ สาเหตุที่พวกเขาเลิกใช้ KPI เดิมๆ คือ KPI มักจะก
- เกณฑ์ KPI OKR ระยะเวลา ตลอดปี (12 เดือน) ทั่วไป 3 เดือน (1 Quarter) จำนวน คนหนึ่งอาจมี 10-20 KPI คนหนึ่งมี 3-5 OKR เท่านั้น ลักษณะ Target ต้องทำได้ 10
- 1. OKR ทำให้ทุกคนเข้าใจเป้าหมาย KPI ที่สูงเกินไปมักทำให้ทีมท้อใจ หรือเสียแรงหลัง OKR ออกแบบมาให้เป็น “ความฝัน” ที่เต้นตา แต่ยังสำเร็จได้ บอกทำให้ทีมเล
- ขั้นตอนที่ 1: เข้าใจ Objective ให้ชัดเจน Objective คือ “ทิศทางที่เราอยากไป” ต้องโดยตอบคำถาม “ถ้าผมทำได้สำเร็จในการแลกเปลี่ยนนี้ เราจะได้ประโยชน์อะไร”
- ปัญหา 1: ตั้ง OKR เยอะเกินไป องค์กรบ้านแล้ว 100 OKR! คนเล้วก็ Focuses ไม่ได้ ให้ลดเหลือ 3-5 OKR ระดับองค์กร และให้แต่ละแผนกมี 2-3 OKR เท่านั้น ปัญหา 2
OKR หรือ Objectives and Key Results เป็นระบบตั้งเป้าหมายที่ Google, Intel และบริษัทระดับโลกหลายแห่งใช้ สาเหตุที่พวกเขาเลิกใช้ KPI เดิมๆ คือ KPI มักจะกำหนดขีดจำกัด การเปลี่ยนแปลง แต่ OKR ออกแบบมาให้ความท้าทายและการเติบโต คำว่า “OKR” กำลังนิยมขึ้นเรื่อยๆ แต่บางองค์กรยังงงว่า OKR แตกต่างจาก KPI ยังไง วิธีทำ OKR อย่างไรให้ได้ผลจริง บทความนี้จะตอบให้ชัดเจน
OKR ต่างจาก KPI ยังไง
| เกณฑ์ | KPI | OKR |
|---|---|---|
| ระยะเวลา | ตลอดปี (12 เดือน) | ทั่วไป 3 เดือน (1 Quarter) |
| จำนวน | คนหนึ่งอาจมี 10-20 KPI | คนหนึ่งมี 3-5 OKR เท่านั้น |
| ลักษณะ Target | ต้องทำได้ 100% ถ้าทำไม่ได้ ถือว่าล้มเหลว | ถ้าทำได้ 100% แล้ว มันก็เป็นเรื่องง่าย ทำได้ 70% ก็ถือว่าดีแล้ว |
| ความยืดหยุ่น | ตั้งตอนแรกของปีแล้วเกือบไม่เปลี่ยน | สามารถเปลี่ยนได้ในระหว่างปี ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนไป |
| การเชื่อมต่อ | KPI ของแต่ละแผนกไม่เชื่อมต่อกัน บางที | OKR ต้องเชื่อมต่อกัน จาก Top-down และ Bottom-up |
| การติดตาม | ตรวจสอบเมื่อจบปี | ตรวจสอบทุกสัปดาห์ โดยต้องมี Check-in ทุก 1-2 สัปดาห์ |
| การส่งเสริม | เกี่ยวข้องกับการประเมินตำแหน่ง และเงินเดือน | ไม่เกี่ยวข้องกับการประเมินตำแหน่ง เป็นเพื่อสร้างวิสัยทัศน์ร่วม |
ทำไม OKR ถึงมีประสิทธิภาพกว่า KPI
1. OKR ทำให้ทุกคนเข้าใจเป้าหมาย
KPI ที่สูงเกินไปมักทำให้ทีมท้อใจ หรือเสียแรงหลัง OKR ออกแบบมาให้เป็น “ความฝัน” ที่เต้นตา แต่ยังสำเร็จได้ บอกทำให้ทีมเล็งไปทิศทางเดียวกันได้มากขึ้น
2. OKR ทำให้เห็นลำดับความสำคัญ
KPI เยอะเกินไป ทำให้คนงง ตอนเจอปัญหา ควรจะเลือกอะไร OKR บอกชัดว่า ตอนนี้ 3-5 อย่างนี้ที่สำคัญที่สุด อย่างอื่นมารอได้
3. OKR อนุญาตให้ “ล้มเหลว”
KPI 100% คือต้องสำเร็จ ทำให้คนเลือก Target ที่ง่ายเกินไป OKR 70% ก็ดี ทำให้คนกล้า Challenge ตัวเอง Goal ที่สูงขึ้น
4. OKR เป็นการสนทนา ไม่ใช่ประมวลผล
KPI มักจะตั้งจากบน (Top-down) แล้วบังคับให้ทีมทำ OKR ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม ทีมบอก “เราสามารถทำอะไรได้” แล้วบส ข้าคุณตั้ง OKR ร่วมกัน
วิธีทำ OKR ให้ได้ผลจริง 5 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1: เข้าใจ Objective ให้ชัดเจน
Objective คือ “ทิศทางที่เราอยากไป” ต้องโดยตอบคำถาม “ถ้าผมทำได้สำเร็จในการแลกเปลี่ยนนี้ เราจะได้ประโยชน์อะไร” Objective ต้องเป็นข้อความที่ “Inspire” บอกทำให้เห็นภาพ เช่น “เพิ่มยอดขาย” ไม่ดี แต่ “ทำให้ลูกค้า Product ของเรา”นำเสนอเป็น “ทำให้ลูกค้าเหล่านั้นพูดว่าเป็น Product ที่ดีที่สุด” ดี
ขั้นตอนที่ 2: กำหนด Key Results ที่วัดได้
Key Results คือตัวเลข ที่บอกว่า Objective สำเร็จหรือไม่ ต้องเป็นตัวเลข แต่ต้องวัดได้จริง ต้องชัดเจน แล้วต้องเกี่ยวข้องกับ Objective หนึ่ง Objective ควรมี 2-4 Key Results เท่านั้น
ตัวอย่าง:
- Objective: ทำให้ลูกค้าเหล่านั้นพูดว่าเป็น Product ที่ดีที่สุด
- Key Result 1: ได้ NPS (Net Promoter Score) ตั้งแต่ 70 ขึ้นไป (ตอนนี้ 45)
- Key Result 2: ได้รีวิวคุณภาพตั้งแต่ 4.8/5 ขึ้นไป (ตอนนี้ 4.2)
- Key Result 3: ลูกค้าซื้อซ้ำ 50% ขึ้นไป (ตอนนี้ 30%)
ขั้นตอนที่ 3: ตั้งเป้า OKR ที่ Ambitious แต่เป็นไปได้
OKR ต้อง Ambitious เพราะมันจำกัด ให้โลก ต้องข้ามพอใจ ยาก แต่เป็นไปได้ ถ้าตั้ง Target ที่ง่าย บ้านแล้ว มันก็ไม่ใช่ OKR ตัวอย่าง: ถ้า Conversion Rate เดิม 2% ให้เป้า 2.5% บ้านแล้ว เป้า 5% ก็เป็น OKR ที่ดี (กว่าสองเท่า)
ขั้นตอนที่ 4: ทำการ Check-in สม่ำเสมอ
OKR ต้อง Check-in ทุกสัปดาห์ หรือทุก 2 สัปดาห์ ถาม 3 คำถาม:
- ตัวเลขของเรา Key Result เท่าไหร่ตอนนี้?
- เรากำลังทำอะไร Initiative ไหนที่สำเร็จไปแล้ว?
- มีอุปสรรคไหนที่ต้องแก้ไขตอนนี้?
ในการ Check-in ให้ใช้ Traffic Light System: Green (on track) Yellow (at risk) Red (off track) เมื่อเห็น Yellow หรือ Red ให้คิดวิธีแก้ไขทันทีไม่ต้องรอ
ขั้นตอนที่ 5: ทำ Retrospective และเรียนรู้จากมัน
เมื่อจบ Quarter (3 เดือน) ให้ทำ Retrospective ดูว่า OKR ไหนสำเร็จ ไหนล้มเหลว และควรทำอะไรต่อใน Quarter หน้า
ปัญหา OKR ที่พบบ่อยและแก้ไข
ปัญหา 1: ตั้ง OKR เยอะเกินไป
องค์กรบ้านแล้ว 100 OKR! คนเล้วก็ Focuses ไม่ได้ ให้ลดเหลือ 3-5 OKR ระดับองค์กร และให้แต่ละแผนกมี 2-3 OKR เท่านั้น
ปัญหา 2: ตั้ง OKR ที่เป็นไปได้ 100%
ถ้า OKR สำเร็จ 100% แล้ว มันก็ไม่ใช่ OKR ที่ดี ให้ตั้งให้ยาก ลองก้าว ไปถึง 70% ก็แล้วค่อยหลากที่สำเร็จ
ปัญหา 3: ไม่ Check-in บ้านแล้ว
โปรแกรมดี OKR ช่วย แต่ไม่มีการ Check-in บ้านแล้ว งัยจนจบ Quarter ถ้าเป็นแบบนี้ ให้ตั้ง Ritual ว่า “ทุกวันจันทร์ที่ 10 โมง ทีมจะ Check-in OKR” ที่บัญชี 15 นาที
ปัญหา 4: OKR ของแต่ละแผนกไม่เชื่อมต่อกัน
Sales OKR คือ “ขายได้ 100 ล้าน” แต่ Product OKR คือ “เปิด Feature ใหม่” ผลก็คือ Sales ไม่ได้ Feature ที่ต้องการ ให้วาด OKR ตรวจสอบว่าเชื่อมต่อกันหรือไม่
ปัญหา 5: OKR สัมพันธ์กับเงินเดือน
ถ้า OKR สัมพันธ์กับเงินเดือน คนก็จะตั้ง OKR ที่ง่าย เพื่อให้ได้ Bonus ให้แยกระหว่าง OKR (สำหรับสร้างทิศทาง) และ KPI (สำหรับวัดผล และประเมิน)
OKR ทำยังไงให้ได้ผล ตัวอย่างจริงๆ
ตัวอย่าง Google (ต้นฉบับใช้ OKR):
Objective: “ให้ Android เป็น OS ที่ดีที่สุดสำหรับ Smartphones”
Key Results:
- ให้ Android Market Share เป็น 15% (จากเดิม 5%)
- ให้ App Store ของ Android มี Apps 50,000 ตัวขึ้นไป (จากเดิม 10,000)
- ให้ Handset Manufacturers 20 บริษัทแสดงตัว Android
ผลคือ Google ประสบความสำเร็จ และ Android กลายเป็น OS ยอดนิยมของโลก
ตัวอย่าง Intel (ระบบใช้ OKR):
Objective: “ทำให้ Intel Processor เป็นตัวเลือกอันดับต้นของ PC Gamers”
Key Results:
- ให้ Gaming Performance ของ Intel เท่ากับหรือดีกว่า AMD
- ให้ Gaming YouTubers 100 คน โปรโมต Intel Processor
- ให้ Gaming PC Brands 10 ตัวใหญ่เลือก Intel เป็น Default
วิธี Check-in OKR ได้ดี
Check-in ต้องไม่นานขึ้นกว่า 15 นาที ต่อทีม และควรจะมีระบบ Dashboard เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลง Real-time
ขั้นตอนการ Check-in:
- ปริมาณสีเขียว (Green = On Track) โครงสร้าง Yellow = At Risk Red = Off Track
- อธิบายสั้นๆ ว่า ตัวเลข Key Result เท่าไหร่ตอนนี้
- ถามว่า “เราจะทำอะไรให้ Key Result นี้หมุนไป Green”>
- บันทึกไว้ และติดตามสัปดาห์หน้า
SolutionsIMPACT ช่วย OKR ยังไง
เรารู้ว่าการตั้ง OKR และถ้า Check-in อย่างถูกต้องเป็นเรื่องยาก SolutionsIMPACT ช่วยเจาะลึกเข้าในองค์กร ออกแบบ OKR Framework ที่เหมาะกับธุรกิจ ฝึกให้ทีมเข้าใจ OKR วิธีทำ Check-in ที่ถูก และติดตามให้ Manager ทำ Retrospective ที่มีคุณค่า เรามีประสบการณ์ช่วยบริษัท 20+ แห่งตั้ง OKR และเห็นผลจริง ใน Revenue Growth, Speed to Market, และ Team Engagement
อ่านเพิ่มเติม:
- KPI ที่ดีต้องเป็นยังไง ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว
- เครื่องมือ AI สำหรับองค์กร เลือกอะไรดีในปี 2026
- โปรแกรม OKR Training & Implementation ของ SolutionsIMPACT
พร้อมยกระดับองค์กร? ปรึกษา SolutionsIMPACT
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
OKR ต่างจาก KPI ยังไง?
เกณฑ์ KPI OKR ระยะเวลา ตลอดปี (12 เดือน) ทั่วไป 3 เดือน (1 Quarter) จำนวน คนหนึ่งอาจมี 10-20 KPI คนหนึ่งมี 3-5 OKR เท่านั้น ลักษณะ Target ต้องทำได้ 100% ถ้าทำไม่ได้ ถือว่าล้มเหลว ถ้าทำได้ 100% แล้ว มั
ทำไม OKR ถึงมีประสิทธิภาพกว่า KPI?
1. OKR ทำให้ทุกคนเข้าใจเป้าหมาย KPI ที่สูงเกินไปมักทำให้ทีมท้อใจ หรือเสียแรงหลัง OKR ออกแบบมาให้เป็น “ความฝัน” ที่เต้นตา แต่ยังสำเร็จได้ บอกทำให้ทีมเล็งไปทิศทางเดียวกันได้มากขึ้น 2.
วิธีทำ OKR ให้ได้ผลจริง 5 ขั้นตอน คืออะไร?
ขั้นตอนที่ 1: เข้าใจ Objective ให้ชัดเจน Objective คือ “ทิศทางที่เราอยากไป” ต้องโดยตอบคำถาม “ถ้าผมทำได้สำเร็จในการแลกเปลี่ยนนี้ เราจะได้ประโยชน์อะไร” Objective ต้องเป็นข้อความที่ “Inspire” บอกทำให้เห็
ปัญหา OKR ที่พบบ่อยและแก้ไข คืออะไร?
ปัญหา 1: ตั้ง OKR เยอะเกินไป องค์กรบ้านแล้ว 100 OKR! คนเล้วก็ Focuses ไม่ได้ ให้ลดเหลือ 3-5 OKR ระดับองค์กร และให้แต่ละแผนกมี 2-3 OKR เท่านั้น ปัญหา 2: ตั้ง OKR ที่เป็นไปได้ 100% ถ้า OKR สำเร็จ 100% แ
OKR ทำยังไงให้ได้ผล ตัวอย่างจริงๆ?
ตัวอย่าง Google (ต้นฉบับใช้ OKR): Objective: “ให้ Android เป็น OS ที่ดีที่สุดสำหรับ Smartphones” Key Results: ให้ Android Market Share เป็น 15% (จากเดิม 5%) ให้ App Store ของ Android มี Apps 50,000 ตั