ข้อดีและข้อเสียของวิธีการพัฒนาบุคลากรในองค์กรยุคใหม่
คำตอบโดยตรง วิธีการพัฒนาบุคลากรที่นิยมใช้กันมีสามรูปแบบหลักคือการอบรมสัมมนาแบบกลุ่ม การเรียนรู้จากการทำงานจริงหรือ OJT และการพัฒนาตนเอง แต่ละวิธีมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน องค์กรที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดมักไม่ได้เลือกใช้เพียงวิธีเดียว แต่ออกแบบให้ทุกวิธีทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบภายใต้กรอบการ Transformation ที่ชัดเจน SolutionsIMPACT ในฐานะที่ปรึกษาด้าน Transformation Consulting มองว่าการเลือกวิธีพัฒนาคนต้องเริ่มจากเป้าหมายธุรกิจก่อนเสมอ ไม่ใช่เริ่มจากหลักสูตร
ในการพัฒนาคนให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร คำถามที่สำคัญกว่าคำถามว่าจะอบรมเรื่องอะไรคือคำถามว่าจะใช้วิธีไหนถึงจะเหมาะกับคนกลุ่มนั้นและเป้าหมายนั้น บทความนี้จะพาคุณไปดูข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธีอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นในฐานะผู้นำองค์กร
วิธีพัฒนาบุคลากรมีกี่แบบ
โดยทั่วไปองค์กรไทยใช้สามแนวทางหลักในการพัฒนาคน แนวทางแรกคือการอบรมสัมมนาแบบกลุ่ม แนวทางที่สองคือการเรียนรู้จากการทำงานจริงหรือ On the Job Training และแนวทางที่สามคือการพัฒนาตนเองผ่านหนังสือและ E Learning ทั้งสามแนวทางนี้ไม่ได้แข่งขันกัน แต่เสริมกันได้หากออกแบบให้ดี
ข้อดีของแต่ละวิธีพัฒนาบุคลากร
การอบรมสัมมนาแบบกลุ่มช่วยให้พนักงานเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน สร้างภาษาเดียวกันในการทำงาน และทำให้ทุกคนได้รับแรงบันดาลใจจากเพื่อนร่วมงานในห้องเดียวกัน การได้ออกห่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และโต๊ะทำงานในช่วงสั้นยังเปิดพื้นที่ให้พนักงานได้คิดเรื่องต่างๆ ได้ลึกขึ้นและกว้างขึ้น
การพัฒนาแบบ OJT มีจุดเด่นที่การฝึกจากงานจริง พนักงานจึงพัฒนาทักษะที่ใช้ได้ทันทีและตรงกับบริบทขององค์กร วิธีนี้ปรับให้เข้ากับพนักงานแต่ละคนได้และไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก เพราะเป็นการฝึกอบรมภายในองค์กรหรือ Inhouse Training ที่ใช้ทรัพยากรภายในเป็นหลัก องค์กรหลายแห่งจึงเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงจากจุดนี้
การพัฒนาตนเองมีข้อดีที่ความยืดหยุ่น เพราะไม่จำกัดเวลาและสถานที่ พนักงานเรียนรู้ได้ตลอดเวลาในเรื่องที่สนใจและตรงกับความต้องการของตนเอง อีกทั้งยังเลือกวิธีเรียนรู้ได้เอง ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือหรือการเรียนผ่าน E Learning ซึ่งช่วยปลูกฝังวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ยั่งยืน
ข้อเสียที่ต้องระวังในแต่ละวิธี
การจัดอบรมแบบกลุ่มอาจทำให้พนักงานบางคนไม่ใส่ใจและไม่เรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะเมื่อเนื้อหาไม่เชื่อมโยงกับงานจริงของผู้เรียน ผลลัพธ์จึงจางหายไปอย่างรวดเร็วหลังจบการอบรม
การอบรมแบบ OJT มีจุดอ่อนที่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับผู้ชี้แนะอย่างมาก หากได้ผู้ชี้แนะที่ทำหน้าที่ได้ไม่ดี ผลที่ตามมาก็อาจเป็นผลเสีย และผู้ชี้แนะเองก็ไม่สามารถสอนเรื่องที่อยู่นอกเหนือความสามารถและความรับผิดชอบของตนได้ องค์กรจึงต้องลงทุนกับการพัฒนาหัวหน้างานให้เป็นโค้ชที่ดีควบคู่กันไป
การพัฒนาตนเองก็มีจุดที่ต้องระวัง เพราะต้องอาศัยวินัยและแรงจูงใจภายในสูงมาก พนักงานที่ขาดเป้าหมายชัดเจนมักเรียนรู้ไม่ต่อเนื่องและวัดผลได้ยาก องค์กรจึงต้องมีระบบติดตามและสนับสนุนที่เหมาะสม
แล้วองค์กรควรเลือกวิธีไหน
คำตอบที่ตรงที่สุดคือไม่ควรเลือกเพียงวิธีเดียว แต่ควรออกแบบให้ทุกวิธีทำงานร่วมกันตามเป้าหมายของแต่ละกลุ่มพนักงาน ตัวอย่างเช่นใช้การอบรมสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมในช่วงเริ่มต้น ใช้ OJT เพื่อฝังทักษะลงในงานจริง และใช้การพัฒนาตนเองเพื่อต่อยอดความรู้ในระยะยาว การร้อยเรียงทั้งสามวิธีเข้าด้วยกันคือหัวใจของการพัฒนาคนที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจริง
นี่คือเหตุผลที่การพัฒนาบุคลากรไม่ควรมองแยกจากกลยุทธ์องค์กร แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของการ Transformation ที่ครอบคลุมทั้งคน กระบวนการ และวัฒนธรรม SolutionsIMPACT ทำงานกับองค์กรในลักษณะนี้ผ่านบริการ Transformation Consulting ที่เริ่มจากการเข้าใจเป้าหมายธุรกิจก่อนแล้วจึงออกแบบเส้นทางการพัฒนาคนให้สอดคล้องกัน
สำหรับองค์กรที่ต้องการเริ่มจากการพัฒนาทักษะภายในทีมอย่างเป็นรูปธรรม การออกแบบหลักสูตรเฉพาะองค์กรผ่าน Inhouse Training เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะปรับเนื้อหาให้ตรงกับบริบทและความท้าทายจริงของคุณได้ และเมื่อพร้อมขยายผลสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งองค์กร ทีมที่ปรึกษาด้าน Transformation ของเราพร้อมช่วยวางระบบให้การพัฒนาคนกลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
คำถามที่พบบ่อย
วิธีพัฒนาบุคลากรแบบไหนคุ้มค่าที่สุด
ไม่มีวิธีใดคุ้มค่าที่สุดในทุกสถานการณ์ ความคุ้มค่าขึ้นอยู่กับเป้าหมายและกลุ่มพนักงาน โดยทั่วไป OJT และ Inhouse Training มักให้ผลตอบแทนต่อต้นทุนที่ดี เพราะปรับให้ตรงกับงานจริงได้ แต่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดมักมาจากการผสานหลายวิธีเข้าด้วยกันภายใต้กลยุทธ์เดียว
องค์กรขนาดเล็กควรเริ่มพัฒนาคนอย่างไร
องค์กรขนาดเล็กควรเริ่มจาก OJT และการพัฒนาหัวหน้างานให้เป็นโค้ชที่ดี เพราะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่และเห็นผลได้เร็ว จากนั้นจึงค่อยเสริมด้วย Inhouse Training ในหัวข้อที่สำคัญต่อธุรกิจ และวางรากฐานสู่การ Transformation เมื่อองค์กรพร้อม
จะวัดผลการพัฒนาบุคลากรได้อย่างไร
ควรวัดผลทั้งในระดับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปและผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ตามมา ไม่ใช่วัดเพียงความพึงพอใจหลังอบรม การกำหนดตัวชี้วัดตั้งแต่ต้นและติดตามต่อเนื่องหลังการพัฒนาคือกุญแจสำคัญ ที่ปรึกษาด้าน Transformation จะช่วยออกแบบตัวชี้วัดที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายองค์กรได้
การพัฒนาตนเองเพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่
การพัฒนาตนเองเป็นรากฐานที่ดีแต่ไม่เพียงพอในตัวเอง เพราะขาดการชี้แนะและการเชื่อมโยงกับเป้าหมายองค์กร ควรใช้ร่วมกับการอบรมและ OJT เพื่อให้พนักงานได้ทั้งความรู้ การลงมือทำ และทิศทางที่ชัดเจน
สรุป
ทุกวิธีพัฒนาบุคลากรมีทั้งข้อดีและข้อเสีย กุญแจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเลือกวิธีที่ดีที่สุด แต่อยู่ที่การออกแบบให้ทุกวิธีทำงานร่วมกันเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ หากองค์กรของคุณต้องการเปลี่ยนการพัฒนาคนให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจอย่างแท้จริง SolutionsIMPACT พร้อมเป็นพันธมิตรด้าน Transformation ที่เดินไปกับคุณตั้งแต่การวางกลยุทธ์จนถึงการลงมือทำจริง