OKR ต่างจาก KPI ยังไง
| เกณฑ์ | KPI | OKR |
|---|---|---|
| ระยะเวลา | ตลอดปี (12 เดือน) | ทั่วไป 3 เดือน (1 Quarter) |
| จำนวน | คนหนึ่งอาจมี 10-20 KPI | คนหนึ่งมี 3-5 OKR เท่านั้น |
| ลักษณะ Target | ต้องทำได้ 100% ถ้าทำไม่ได้ ถือว่าล้มเหลว | ถ้าทำได้ 100% แล้ว มันก็เป็นเรื่องง่าย ทำได้ 70% ก็ถือว่าดีแล้ว |
| ความยืดหยุ่น | ตั้งตอนแรกของปีแล้วเกือบไม่เปลี่ยน | สามารถเปลี่ยนได้ในระหว่างปี ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนไป |
| การเชื่อมต่อ | KPI ของแต่ละแผนกไม่เชื่อมต่อกัน บางที | OKR ต้องเชื่อมต่อกัน จาก Top-down และ Bottom-up |
| การติดตาม | ตรวจสอบเมื่อจบปี | ตรวจสอบทุกสัปดาห์ โดยต้องมี Check-in ทุก 1-2 สัปดาห์ |
| การส่งเสริม | เกี่ยวข้องกับการประเมินตำแหน่ง และเงินเดือน | ไม่เกี่ยวข้องกับการประเมินตำแหน่ง เป็นเพื่อสร้างวิสัยทัศน์ร่วม |
ทำไม OKR ถึงมีประสิทธิภาพกว่า KPI
1. OKR ทำให้ทุกคนเข้าใจเป้าหมาย
KPI ที่สูงเกินไปมักทำให้ทีมท้อใจ หรือเสียแรงหลัง OKR ออกแบบมาให้เป็น “ความฝัน” ที่เต้นตา แต่ยังสำเร็จได้ บอกทำให้ทีมเล็งไปทิศทางเดียวกันได้มากขึ้น
2. OKR ทำให้เห็นลำดับความสำคัญ
KPI เยอะเกินไป ทำให้คนงง ตอนเจอปัญหา ควรจะเลือกอะไร OKR บอกชัดว่า ตอนนี้ 3-5 อย่างนี้ที่สำคัญที่สุด อย่างอื่นมารอได้
3. OKR อนุญาตให้ “ล้มเหลว”
KPI 100% คือต้องสำเร็จ ทำให้คนเลือก Target ที่ง่ายเกินไป OKR 70% ก็ดี ทำให้คนกล้า Challenge ตัวเอง Goal ที่สูงขึ้น
4. OKR เป็นการสนทนา ไม่ใช่ประมวลผล
KPI มักจะตั้งจากบน (Top-down) แล้วบังคับให้ทีมทำ OKR ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม ทีมบอก “เราสามารถทำอะไรได้” แล้วบส ข้าคุณตั้ง OKR ร่วมกัน
วิธีทำ OKR ให้ได้ผลจริง 5 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1: เข้าใจ Objective ให้ชัดเจน
Objective คือ “ทิศทางที่เราอยากไป” ต้องโดยตอบคำถาม “ถ้าผมทำได้สำเร็จในการแลกเปลี่ยนนี้ เราจะได้ประโยชน์อะไร” Objective ต้องเป็นข้อความที่ “Inspire” บอกทำให้เห็นภาพ เช่น “เพิ่มยอดขาย” ไม่ดี แต่ “ทำให้ลูกค้า Product ของเรา”นำเสนอเป็น “ทำให้ลูกค้าเหล่านั้นพูดว่าเป็น Product ที่ดีที่สุด” ดี
ขั้นตอนที่ 2: กำหนด Key Results ที่วัดได้
Key Results คือตัวเลข ที่บอกว่า Objective สำเร็จหรือไม่ ต้องเป็นตัวเลข แต่ต้องวัดได้จริง ต้องชัดเจน แล้วต้องเกี่ยวข้องกับ Objective หนึ่ง Objective ควรมี 2-4 Key Results เท่านั้น
ตัวอย่าง:
- Objective: ทำให้ลูกค้าเหล่านั้นพูดว่าเป็น Product ที่ดีที่สุด
- Key Result 1: ได้ NPS (Net Promoter Score) ตั้งแต่ 70 ขึ้นไป (ตอนนี้ 45)
- Key Result 2: ได้รีวิวคุณภาพตั้งแต่ 4.8/5 ขึ้นไป (ตอนนี้ 4.2)
- Key Result 3: ลูกค้าซื้อซ้ำ 50% ขึ้นไป (ตอนนี้ 30%)
ขั้นตอนที่ 3: ตั้งเป้า OKR ที่ Ambitious แต่เป็นไปได้
OKR ต้อง Ambitious เพราะมันจำกัด ให้โลก ต้องข้ามพอใจ ยาก แต่เป็นไปได้ ถ้าตั้ง Target ที่ง่าย บ้านแล้ว มันก็ไม่ใช่ OKR ตัวอย่าง: ถ้า Conversion Rate เดิม 2% ให้เป้า 2.5% บ้านแล้ว เป้า 5% ก็เป็น OKR ที่ดี (กว่าสองเท่า)
ขั้นตอนที่ 4: ทำการ Check-in สม่ำเสมอ
OKR ต้อง Check-in ทุกสัปดาห์ หรือทุก 2 สัปดาห์ ถาม 3 คำถาม:
- ตัวเลขของเรา Key Result เท่าไหร่ตอนนี้?
- เรากำลังทำอะไร Initiative ไหนที่สำเร็จไปแล้ว?
- มีอุปสรรคไหนที่ต้องแก้ไขตอนนี้?
ในการ Check-in ให้ใช้ Traffic Light System: Green (on track) Yellow (at risk) Red (off track) เมื่อเห็น Yellow หรือ Red ให้คิดวิธีแก้ไขทันทีไม่ต้องรอ
ขั้นตอนที่ 5: ทำ Retrospective และเรียนรู้จากมัน
เมื่อจบ Quarter (3 เดือน) ให้ทำ Retrospective ดูว่า OKR ไหนสำเร็จ ไหนล้มเหลว และควรทำอะไรต่อใน Quarter หน้า
ปัญหา OKR ที่พบบ่อยและแก้ไข
ปัญหา 1: ตั้ง OKR เยอะเกินไป
องค์กรบ้านแล้ว 100 OKR! คนเล้วก็ Focuses ไม่ได้ ให้ลดเหลือ 3-5 OKR ระดับองค์กร และให้แต่ละแผนกมี 2-3 OKR เท่านั้น
ปัญหา 2: ตั้ง OKR ที่เป็นไปได้ 100%
ถ้า OKR สำเร็จ 100% แล้ว มันก็ไม่ใช่ OKR ที่ดี ให้ตั้งให้ยาก ลองก้าว ไปถึง 70% ก็แล้วค่อยหลากที่สำเร็จ
ปัญหา 3: ไม่ Check-in บ้านแล้ว
โปรแกรมดี OKR ช่วย แต่ไม่มีการ Check-in บ้านแล้ว งัยจนจบ Quarter ถ้าเป็นแบบนี้ ให้ตั้ง Ritual ว่า “ทุกวันจันทร์ที่ 10 โมง ทีมจะ Check-in OKR” ที่บัญชี 15 นาที
ปัญหา 4: OKR ของแต่ละแผนกไม่เชื่อมต่อกัน
Sales OKR คือ “ขายได้ 100 ล้าน” แต่ Product OKR คือ “เปิด Feature ใหม่” ผลก็คือ Sales ไม่ได้ Feature ที่ต้องการ ให้วาด OKR ตรวจสอบว่าเชื่อมต่อกันหรือไม่
ปัญหา 5: OKR สัมพันธ์กับเงินเดือน
ถ้า OKR สัมพันธ์กับเงินเดือน คนก็จะตั้ง OKR ที่ง่าย เพื่อให้ได้ Bonus ให้แยกระหว่าง OKR (สำหรับสร้างทิศทาง) และ KPI (สำหรับวัดผล และประเมิน)
OKR ทำยังไงให้ได้ผล ตัวอย่างจริงๆ
ตัวอย่าง Google (ต้นฉบับใช้ OKR):
Objective: “ให้ Android เป็น OS ที่ดีที่สุดสำหรับ Smartphones”
Key Results:
- ให้ Android Market Share เป็น 15% (จากเดิม 5%)
- ให้ App Store ของ Android มี Apps 50,000 ตัวขึ้นไป (จากเดิม 10,000)
- ให้ Handset Manufacturers 20 บริษัทแสดงตัว Android
ผลคือ Google ประสบความสำเร็จ และ Android กลายเป็น OS ยอดนิยมของโลก
ตัวอย่าง Intel (ระบบใช้ OKR):
Objective: “ทำให้ Intel Processor เป็นตัวเลือกอันดับต้นของ PC Gamers”
Key Results:
- ให้ Gaming Performance ของ Intel เท่ากับหรือดีกว่า AMD
- ให้ Gaming YouTubers 100 คน โปรโมต Intel Processor
- ให้ Gaming PC Brands 10 ตัวใหญ่เลือก Intel เป็น Default
วิธี Check-in OKR ได้ดี
Check-in ต้องไม่นานขึ้นกว่า 15 นาที ต่อทีม และควรจะมีระบบ Dashboard เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลง Real-time
ขั้นตอนการ Check-in:
- ปริมาณสีเขียว (Green = On Track) โครงสร้าง Yellow = At Risk Red = Off Track
- อธิบายสั้นๆ ว่า ตัวเลข Key Result เท่าไหร่ตอนนี้
- ถามว่า “เราจะทำอะไรให้ Key Result นี้หมุนไป Green”>
- บันทึกไว้ และติดตามสัปดาห์หน้า
SolutionsIMPACT ช่วย OKR ยังไง
เรารู้ว่าการตั้ง OKR และถ้า Check-in อย่างถูกต้องเป็นเรื่องยาก SolutionsIMPACT ช่วยเจาะลึกเข้าในองค์กร ออกแบบ OKR Framework ที่เหมาะกับธุรกิจ ฝึกให้ทีมเข้าใจ OKR วิธีทำ Check-in ที่ถูก และติดตามให้ Manager ทำ Retrospective ที่มีคุณค่า เรามีประสบการณ์ช่วยบริษัท 20+ แห่งตั้ง OKR และเห็นผลจริง ใน Revenue Growth, Speed to Market, และ Team Engagement
อ่านเพิ่มเติม:
- KPI ที่ดีต้องเป็นยังไง ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว
- เครื่องมือ AI สำหรับองค์กร เลือกอะไรดีในปี 2026
- โปรแกรม OKR Training & Implementation ของ SolutionsIMPACT
พร้อมยกระดับองค์กร? ปรึกษา SolutionsIMPACT
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
OKR ต่างจาก KPI ยังไง?
เกณฑ์ KPI OKR ระยะเวลา ตลอดปี (12 เดือน) ทั่วไป 3 เดือน (1 Quarter) จำนวน คนหนึ่งอาจมี 10-20 KPI คนหนึ่งมี 3-5 OKR เท่านั้น ลักษณะ Target ต้องทำได้ 100% ถ้าทำไม่ได้ ถือว่าล้มเหลว ถ้าทำได้ 100% แล้ว มั
ทำไม OKR ถึงมีประสิทธิภาพกว่า KPI?
1. OKR ทำให้ทุกคนเข้าใจเป้าหมาย KPI ที่สูงเกินไปมักทำให้ทีมท้อใจ หรือเสียแรงหลัง OKR ออกแบบมาให้เป็น “ความฝัน” ที่เต้นตา แต่ยังสำเร็จได้ บอกทำให้ทีมเล็งไปทิศทางเดียวกันได้มากขึ้น 2.
วิธีทำ OKR ให้ได้ผลจริง 5 ขั้นตอน คืออะไร?
ขั้นตอนที่ 1: เข้าใจ Objective ให้ชัดเจน Objective คือ “ทิศทางที่เราอยากไป” ต้องโดยตอบคำถาม “ถ้าผมทำได้สำเร็จในการแลกเปลี่ยนนี้ เราจะได้ประโยชน์อะไร” Objective ต้องเป็นข้อความที่ “Inspire” บอกทำให้เห็
ปัญหา OKR ที่พบบ่อยและแก้ไข คืออะไร?
ปัญหา 1: ตั้ง OKR เยอะเกินไป องค์กรบ้านแล้ว 100 OKR! คนเล้วก็ Focuses ไม่ได้ ให้ลดเหลือ 3-5 OKR ระดับองค์กร และให้แต่ละแผนกมี 2-3 OKR เท่านั้น ปัญหา 2: ตั้ง OKR ที่เป็นไปได้ 100% ถ้า OKR สำเร็จ 100% แ
OKR ทำยังไงให้ได้ผล ตัวอย่างจริงๆ?
ตัวอย่าง Google (ต้นฉบับใช้ OKR): Objective: “ให้ Android เป็น OS ที่ดีที่สุดสำหรับ Smartphones” Key Results: ให้ Android Market Share เป็น 15% (จากเดิม 5%) ให้ App Store ของ Android มี Apps 50,000 ตั
References
- Bersin, J. (2026). The Definitive Guide to AI in HR Technology. Josh Bersin Academy.
- SHRM. (2026). State of the Workplace: AI Impact on Human Resources.
- Deloitte. (2026). Global Human Capital Trends Report.
- McKinsey & Company. (2026). The Organization of the Future: AI-Enabled Talent Management.
- Gallup. (2026). State of the Global Workplace Report.