Microsoft Copilot เปรียบเสมือนกับ “คู่หูดิจิทัล” ที่อยู่เคียงข้างผู้ใช้งานระบบปฎิบัติการ Window ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์เอกสารใน Word ตรวจสอบข้อมูลใน Excel หรือรับส่งอีเมลใน Outlook รวมถึงยังสามารถเชื่อมต่อกับอีเมล ปฏิทิน แชท และไฟล์ขององค์กร ทำให้ Copilot เข้าใจบริบทของผู้ใช้และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงเทคโนโลยี AI ของ Copilot และความสามารถในการเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด
Microsoft Copilot คืออะไร
Copilot คือ AI ที่ Microsoft สร้างขึ้นมาให้ทำงานอยู่ในโปรแกรมทำงาน เช่น Word, Excel, Outlook หรือ Teams โดยสามารถพิมพ์คำสั่งในโปรแกรมเดิมที่ทำงานอยู่ได้เลย
ตัวอย่างเช่น หากเปิดไฟล์รายงาน 30 หน้าใน Word แล้วพิมพ์ว่า “ช่วยสรุปให้หน่อย” Copilot จะทำการอ่านเนื้อหาในไฟล์นั้นและสรุปออกมาให้ได้ทันที
สิ่งที่ต่างจาก ChatGPT หรือ AI ทั่วไปคือ Copilot ในเวอร์ชันองค์กร สามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลในบัญชี ทั้งอีเมล ปฏิทิน ไฟล์ที่เคยบันทึก และบันทึกการประชุม ทำให้สามารถถามข้อมูลเกี่ยวกับในองค์กรที่มีได้
Copilot ช่วยทำงานอะไรได้บ้าง
- Word บอกว่าต้องการรายงานเรื่องอะไร โทนแบบไหน ยาวแค่ไหน Copilot ร่างให้ได้เลย จะให้สรุปเอกสารที่มีอยู่ ปรับโทน หรือแก้ประโยคให้กระชับขึ้นก็ทำได้จากแถบข้างในหน้าเดียวกัน
- Excel พิมพ์คำถามว่า “เดือนไหนยอดขายต่ำที่สุด” หรือ “สร้างกราฟเปรียบเทียบรายไตรมาส” แล้ว Copilot จัดการให้ ไม่ต้องรู้สูตรหรือ Pivot Table ก่อน ผลลัพธ์อาจต้องตรวจสอบก่อนใช้จริง แต่จุดเริ่มต้นเร็วกว่าทำเองมาก
- Outlook
- Copilot อ่าน inbox และบอกได้ว่าอีเมลไหนต้องตอบก่อน ร่างตอบกลับจากประเด็นที่บอกไป และปรับโทนจากภาษาที่รู้สึกหงุดหงิดให้เป็นภาษาที่ส่งได้จริงก่อนกด send
- Teams
หลังประชุมเสร็จ Copilot สรุปว่าคุยอะไรไปบ้าง ตกลงอะไร และใครต้องทำอะไรต่อ คนที่เข้าร่วมประชุมไม่ต้องจดบันทึกเอง คนที่ไม่ได้เข้าก็ได้อ่านสรุปที่ใช้งานได้หลังจบ
- PowerPoint
ส่งไฟล์ Word หรือ PDF เข้าไป แล้วบอกให้สร้างสไลด์ Copilot จัดโครงสร้างให้ ยังต้องปรับเองอยู่ แต่ข้ามขั้นตอนที่ต้องนั่งเรียงสไลด์ตั้งแต่ต้นได้
- Copilot กับ ChatGPT ต่างกันยังไง เลือกอะไรดี
ถ้าทำงานอยู่ใน Microsoft ทุกวัน เปิด Word อยู่ก็ดึง Copilot มาช่วยได้เลยโดยไม่ต้องสลับแท็บ และมันอ่านไฟล์ที่เปิดอยู่ได้โดยตรง ข้อได้เปรียบตรงนี้ชัดมากสำหรับงานเอกสาร

Microsoft Copilot มีกี่ประเภท แต่ละแบบใช้สำหรับอะไร
Microsoft ได้พัฒนา Copilot หลายเวอร์ชันเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไปไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ การเข้าใจความแตกต่างของแต่ละประเภทจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม
| ประเภท | กลุ่มเป้าหมาย | ฟีเจอร์เด่น | ราคา |
|---|---|---|---|
| Copilot Free | บุคคลทั่วไป | Chat, ค้นหาเว็บ, สร้างภาพ | ฟรี |
| Microsoft 365 Copilot | องค์กร/ธุรกิจ | ฝังใน Word, Excel, Teams, Outlook | ~$30/user/เดือน |
| Copilot Studio | นักพัฒนา/IT | สร้าง Custom AI Agent | ตามการใช้งาน |
| Copilot+ PC | ผู้ใช้อุปกรณ์ใหม่ | AI บนเครื่อง, ไม่ต้อง Cloud | รวมกับอุปกรณ์ |
Microsoft Copilot (Free / Web) – AI สำหรับการใช้งานทั่วไป
Copilot เวอร์ชันฟรีเข้าถึงได้ผ่าน copilot.microsoft.com หรือในเบราว์เซอร์ Microsoft Edge มาพร้อมความสามารถพื้นฐานที่ทรงพลัง ได้แก่ การสนทนาแบบ AI ที่ใช้ GPT-4, การค้นหาข้อมูลบนเว็บแบบ Real-time, การสร้างภาพด้วย DALL-E 3 และการวิเคราะห์เอกสารหรือรูปภาพที่แนบมา เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการใช้ AI ช่วยงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
Microsoft 365 Copilot – AI สำหรับองค์กรที่ฝังใน Office Apps
นี่คือเวอร์ชันที่องค์กรส่วนใหญ่พูดถึง เพราะมันเปลี่ยนวิธีทำงานกับ Microsoft 365 โดยสิ้นเชิง Copilot ถูกฝังเข้าไปใน Word, Excel, PowerPoint, Teams, Outlook และแอปอื่น ๆ โดยตรง พนักงานสามารถพิมพ์คำสั่งภาษาธรรมชาติเพื่อให้ Copilot ช่วยร่างเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล สร้างงานนำเสนอ หรือสรุปการประชุมได้ทันที โดยไม่ต้องออกจากแอปที่ใช้อยู่
Copilot Studio – สร้าง AI Agent เองสำหรับ Workflow เฉพาะองค์กร
Copilot Studio (เดิมชื่อ Power Virtual Agents) เป็นแพลตฟอร์มแบบ Low-code/No-code ที่ช่วยให้ทีม IT หรือนักพัฒนาภายในองค์กรสร้าง AI Agent เฉพาะทางได้ เช่น Chatbot สำหรับ HR ที่ตอบคำถามเรื่องสวัสดิการพนักงาน, Agent ที่เชื่อมต่อกับระบบ ERP เพื่อตรวจสอบสต็อกสินค้า หรือ Assistant ที่ช่วยฝ่ายขายค้นหาข้อมูลลูกค้าจาก CRM โดยอัตโนมัติ
Copilot+ PC – AI ที่ทำงานบนอุปกรณ์โดยตรง ไม่ผ่าน Cloud
Copilot+ PC เป็นมาตรฐานอุปกรณ์ใหม่ที่ Microsoft กำหนดขึ้น โดยต้องการ Neural Processing Unit (NPU) ที่มีประสิทธิภาพอย่างน้อย 40 TOPS เพื่อรัน AI Models บนเครื่องโดยตรงโดยไม่ต้องส่งข้อมูลไป Cloud จุดเด่นคือฟีเจอร์ Recall ที่จำทุกอย่างที่คุณเคยเห็นบนหน้าจอ, Cocreator ใน Paint, และการแปลภาษาแบบ Real-time บน Windows ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง

Copilot ทำอะไรได้บ้างใน Microsoft 365
หนึ่งในจุดแข็งของ Microsoft 365 Copilot คือความสามารถที่หลากหลายและครอบคลุมการทำงานประจำวัน ต่อไปนี้คือภาพรวมของสิ่งที่ Copilot ทำได้ในแต่ละแอปพลิเคชัน
Copilot ใน Word เขียน สรุป แก้ไขเอกสารด้วย Prompt
สิ่งที่ทำได้:
- สร้างร่างเอกสารจาก Prompt เช่น ‘เขียนรายงานสรุปผลประชุมประจำเดือน’ โดยใช้บริบทจากไฟล์อื่นในองค์กร
- สรุปเอกสารยาว ๆ เป็น Key Points ในไม่กี่วินาที
- ปรับโทนการเขียน เช่น เปลี่ยนจาก Informal เป็น Professional หรือแปลเป็นภาษาอื่น
- ถามคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาในเอกสาร เช่น ‘ในสัญญานี้มีข้อกำหนดอะไรเกี่ยวกับการยกเลิก?’
- เปรียบเทียบเอกสารสองฉบับเพื่อหาความแตกต่าง
ตัวอย่าง Prompt ที่ใช้งานจริง: ‘สร้างเทมเพลตสัญญาจ้างงานสำหรับพนักงาน Part-time โดยอ้างอิงจาก [ชื่อไฟล์นโยบาย HR]’ Copilot จะอ่านนโยบายที่มีอยู่และสร้างสัญญาที่สอดคล้องกันโดยอัตโนมัติ
Copilot ใน Excel – วิเคราะห์ข้อมูล สร้างสูตร และ Insight อัตโนมัติ
สิ่งที่ทำได้:
- วิเคราะห์ข้อมูลและสร้าง Insight อัตโนมัติ เช่น ‘บอกฉันว่า Trend ของยอดขายในไตรมาสที่แล้วเป็นอย่างไร’
- สร้างสูตรซับซ้อนจากคำอธิบายภาษาธรรมชาติ เช่น ‘สร้างสูตรคำนวณ Commission ตามขั้นตอน’
- สร้างกราฟและ Visualization ที่เหมาะสมจากข้อมูลที่เลือก
- ระบุ Anomaly หรือ Outlier ในชุดข้อมูล
- เพิ่มคอลัมน์ใหม่ที่มีการคำนวณซับซ้อนโดยอธิบายว่าต้องการอะไร
Copilot ใน PowerPoint สร้าง Slide จาก Outline หรือไฟล์เอกสาร
สิ่งที่ทำได้:
- สร้าง Presentation ทั้งชุดจาก Prompt เดียว เช่น ‘สร้างสไลด์นำเสนอ Business Case สำหรับโปรเจกต์ X จำนวน 10 สไลด์’
- แปลงเอกสาร Word หรือ PDF ให้กลายเป็น Presentation โดยอัตโนมัติ
- เพิ่ม Slide ใหม่ที่สอดคล้องกับธีมและสไตล์ที่มีอยู่
- สรุป Presentation ที่ยาวเพื่อใช้เป็น Executive Summary
- ปรับ Layout และเพิ่มรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
Copilot ใน Teams สรุปประชุม จับ Action Item และตอบคำถามจาก Meeting
ฟีเจอร์นี้อาจเป็นที่ต้องการมากที่สุดในองค์กร เพราะพนักงานส่วนใหญ่ใช้เวลากับการประชุมเป็นจำนวนมาก Copilot ใน Teams สามารถ:
- สรุปการประชุมแบบ Real-time ได้แม้คุณเข้าร่วมสาย
- ระบุ Action Items และผู้รับผิดชอบโดยอัตโนมัติ
- ตอบคำถาม เช่น ‘มีการพูดถึงเรื่องงบประมาณในการประชุมนี้ไหม?’
- สร้างรายงานสรุปการประชุมพร้อมส่งอีเมลให้ผู้เข้าร่วมหลังประชุม
- ช่วยแปลการสนทนาในการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมหลายภาษา
Copilot ใน Outlook ร่างอีเมล สรุป Thread และจัดลำดับความสำคัญ
อีเมลเป็นงานที่กินเวลาในแต่ละวันมากที่สุด Copilot ใน Outlook ช่วยให้การจัดการอีเมลมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างมาก ด้วยความสามารถต่อไปนี้:
- ร่างอีเมลจากคำอธิบายสั้น ๆ เช่น ‘เขียนอีเมลแจ้งเลื่อนการประชุมโดยขอโทษและเสนอวันใหม่’
- สรุป Email Thread ยาว ๆ ให้เข้าใจสาระสำคัญใน 3-5 ประโยค
- แนะนำคำตอบที่เหมาะสมสำหรับอีเมลที่ได้รับ
- จัดลำดับความสำคัญของ Inbox และแจ้งเตือนอีเมลที่ต้องการการตอบกลับเร่งด่วน
- ช่วยปรับโทนอีเมลให้เหมาะสมกับผู้รับ เช่น เป็นทางการมากขึ้น หรือเป็นกันเองมากขึ้น

Microsoft Copilot vs ChatGPT เลือกใช้อะไรในองค์กร
คำถามที่ผู้บริหารและทีม IT ถามมากที่สุดคือ ‘ระหว่าง Microsoft Copilot กับ ChatGPT Enterprise เราควรเลือกอะไร?’ คำตอบขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่การเข้าใจจุดแข็งของแต่ละฝ่ายจะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น
จุดแข็งของ Copilot บริบทองค์กร ความปลอดภัย และ Integration
- Integration กับ Microsoft 365: ถ้าองค์กรใช้ Microsoft 365 อยู่แล้ว Copilot ทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม
- ความปลอดภัยระดับ Enterprise: ข้อมูลอยู่ใน Microsoft Cloud ที่มี Compliance certifications ครบครัน (ISO 27001, SOC 2, GDPR)
- บริบทองค์กร: Copilot เข้าถึงอีเมล ปฏิทิน เอกสาร และข้อมูลองค์กรผ่าน Microsoft Graph ทำให้ตอบได้แม่นยำกว่า
- ไม่ต้องฝึกพนักงานใหม่: UI ที่คุ้นเคยใน Word, Excel, Teams ทำให้ Adoption ง่ายกว่า
- Data Residency: สามารถกำหนดให้ข้อมูลอยู่ใน Region ที่ต้องการได้ เหมาะกับองค์กรที่มีข้อกำหนดด้าน Data Sovereignty
จุดแข็งของ ChatGPT ความยืดหยุ่นและ Ecosystem Plugin
- ความยืดหยุ่นสูง: ใช้ได้กับทุก Platform และ OS ไม่จำกัดอยู่กับ Microsoft Ecosystem
- Plugin และ GPTs: มี Custom GPTs และ Plugin หลายพันตัวที่สร้างโดย Community ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย
- Advanced Reasoning: ChatGPT o1/o3 มีความสามารถด้าน Reasoning และการแก้ปัญหาซับซ้อนที่แข็งแกร่งมาก
- ราคาเริ่มต้นต่ำกว่า: ChatGPT Plus ราคาเริ่มที่ $20/เดือน ต่างจาก Microsoft 365 Copilot ที่ต้องการ License M365 ก่อน
- Code Interpreter: ความสามารถในการรัน Python Code และวิเคราะห์ข้อมูลที่ยืดหยุ่นกว่า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ copilot microsoft
Microsoft Copilot กับ ChatGPT ต่างกันอย่างไร?
Microsoft Copilot เน้นใช้งานในองค์กร เชื่อมกับ Microsoft 365 และข้อมูลภายในเพื่อความปลอดภัย ส่วน ChatGPT เป็นเครื่องมือทั่วไปที่ยืดหยุ่นกว่า และเด่นด้านการคิด วิเคราะห์ และสร้างเนื้อหา
Microsoft 365 Copilot ราคาเท่าไหร่?
Microsoft 365 Copilot มีราคาโดยประมาณ $30 USD ต่อผู้ใช้/เดือน สำหรับเวอร์ชันองค์กร และต้องซื้อใช้ร่วมกับ Microsoft 365 เดิมก่อน ปัจจุบันมีบางแพ็กเกจใหม่ (เช่น Business) เริ่มต้นถูกลงประมาณ $18 25 ต่อผู้ใช้/เดือน ขึ้นอยู่กับแผนและการจ่ายเงิน
Copilot รองรับภาษาไทยไหม?
ใช่ Microsoft Copilot รองรับภาษาไทย และคุณภาพดีขึ้นต่อเนื่อง คุณสามารถพิมพ์คำสั่งและรับผลลัพธ์เป็นภาษาไทยได้ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ภาษาอังกฤษยังมีคุณภาพดีกว่าโดยเฉพาะงานเขียนสร้างสรรค์ สำหรับงานสำคัญในภาษาไทย ควรตรวจทานผลลัพธ์ก่อนใช้งานจริงเสมอ
Copilot ทำข้อมูลองค์กรรั่วไหลได้หรือไม่?
โดยทั่วไป Microsoft Copilot ถูกออกแบบมาให้ปลอดภัยสูง ข้อมูลองค์กรจะไม่ถูกนำไปฝึกโมเดล ไม่ถูกแชร์ข้ามองค์กร และเข้าถึงได้เฉพาะสิทธิ์ของผู้ใช้ตามระบบเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังขึ้นอยู่กับการตั้งค่านโยบายภายในองค์กร หากกำหนดสิทธิ์หรือ Data Governance ไม่รัดกุม ก็อาจเกิดการเข้าถึงข้อมูลเกินจำเป็นได้
พนักงานต้องอบรมก่อนใช้ Copilot ไหม?
ไม่จำเป็น แต่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะผู้ที่รู้จัก Prompt Engineering จะได้ประโยชน์จาก Copilot มากกว่าหลายเท่า Microsoft มี Learning Path ฟรีใน Microsoft Learn และหลายองค์กรในไทยจัด Copilot Workshop เพื่อช่วยให้พนักงานใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่วันแรก
Copilot Studio กับ Microsoft 365 Copilot ต่างกันอย่างไร?
Microsoft 365 Copilot คือ AI Assistant ที่ฝังอยู่ใน Office Apps พร้อมใช้งานทันที ส่วน Copilot Studio เป็น Platform สำหรับสร้าง Custom AI Agent และ Chatbot ของตัวเองโดยเฉพาะ คิดง่าย ๆ